ท้าวเวสสุวรรณ เสริมดวงความร่ำรวย

ท้าวเวสสุวรรณ หรือในภาษาพราหมณ์เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ท้าวกุเวร ถ้าหากว่าภายในพระพุทธศาสนามักจะนิยมเรียกกันว่า ท้าวไพสพ นับว่าเป็นอีกหนึ่งอธิบดีแห่งอสูร หรือเจ้าแห่งภูตผีปีศาจทั้งหลายทั้งปวง โดย ท้าวเวสสุวรรณ นี้ก็เป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่เลยก็ว่าได้ ผู้ที่คุ้มครองดูแลโลกมนุษย์ และก็สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา

ตำนานของ ท้าวเวสสุวรรณ

ตำนานของ ท้าวเวสสุวรรณ

พร้อมกับประทับทางทิศเหนือมีอสูร รากษส และภูตผีปีศาจมาเป็นบริวาร ว่ากันว่า บริเวณอาณาเขตที่ ท้าวเวสสุวรรณ ได้มีการปกครองนั้นใหญ่มหาศาลมาก และ ท้าวเวสสุวรรณ ก็ยังเป็นหัวหน้าของทางท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 อันประกอบไปด้วย “พระอินทร์” (ท้าวธตรฐ) ซึ่งเป็นผู้ปกครองโลกทางด้านของทิศตะวันออก , “พระยม” (ท้าววิรุฬหก) ซึ่งเป็นผู้ปกครองโลก ทางด้านทิศใต้ และ “พระวรุณ” (ท้าววิรูปักษ์) ซึ่งเป็นผู้ปกครองโลก ทางด้านทิศตะวันตก และเพราะว่า ทางด้านของท้าวเวสสุวรรณ นั้นก็เป็นเจ้าแห่งอสูร ที่มีความทรงอิทธิฤทธิ์อานุภาพมากที่สุด

ด้วยเหตุนี้คนไทยสมัยโบราณก็มักจะมีความนิยมนำเอาผ้ายันต์กับรูปยักษ์ผู้เอาไว้ที่หัวเตียงของเด็ก เพื่อที่จะช่วยป้องกันวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้ใครมารังควานแก่เด็ก ทางด้านของท้าวกุเวรองค์นี้ก็ยังมีการกล่าวถึงในอาฏานาฏิยปริตรว่าเป็นการนำเทวดาในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกามาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และก็ได้มีการถวายสัตย์ที่จะดูแลพระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกไม่ให้ยักษ์หรือบริวารอื่น ๆ ของทางท้าวจตุโลกบาลไปรังควานแต่อย่างใด

ลักษณะของท้าวเวสสุวรรณ

ทางด้านของ ท้าวกุเวร หรือท้าวเวสวัณนั้น โดยส่วนมาก ทางเรามักจะพบเห็นในรูปลักษณ์ของยักษ์ที่ยืนถือกระบองยาวหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าคทา (ไม้เท้าเป็นรูปกระบอง) กันซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ทว่าแท้ที่จริงแล้ว เราก็ยังมีรูปเคารพของท่านภายในรูปของชายนั่งในท่า มหาราชลีลา ที่มีลักษณะอันโดดเด่นนั้นก็คือ พระอุระพลุ้ยอีกด้วย

เพราะมีคำกล่าวกันว่าผู้ที่มีอาชีพสัปเหร่อ หรือ ผู้มีอาชีพประหารชีวิตนักโทษ มักจะพากันพกรูปของท้าวท้าวเวสวัณ สำหรับเอาไว้คล้องคอเพื่อเป็นเครื่องรางของขลัง พร้อมกับป้องกันภัยจากภูติผีและวิญญาณร้ายที่จะเข้ามาเบียดเบียนได้อีกด้วย

ในภายหลังภาพลักษณ์ของท้าวกุเวรที่ปรากฏในรูปของชายพุงพลุ้ยเป็นที่เคารพนับถือ ในความเชื่อว่าเป็นเทพแห่งความร่ำรวย แต่ท้าวกุเวรในรูปของท้าวเวสวัณซึ่งมาในรูปของยักษ์เป็นที่เคารพนับถือว่า เป็นเครื่องรางของขลังป้องกันภูติผีปีศาจ นอกจากนี้ยังมีกล่าวว่า ท้าวเวสวัณยังมีกายสีเขียว สัณฐานสูง 2 คาวุต ประมาณ 200 เส้น มีอาวุธเป็นกระบอง มีพาหนะ ช้าง ม้า รถ บางทีปราสาท อาภรณ์มงกุฎประดับรูปนาค ดำรงอิสริยศเป็นเจ้าแห่งยักษ์ มีบริวารแสนโกฏิ ถือโล่แก้วประพาฬ หอกทอง

ตำนานของ ท้าวเวสสุวรรณ

การบูชาท้าวเวสสุวรรณในประเทศไทย

ภายในประเทศไทยที่มีคติของการบูชาท้าวเวสวัณอีกรูปแบบหนึ่ง โดยที่เป็นการเรียกเทพเจ้าองค์นี้ว่า พระไพศรพณ์ ตามชื่อเสียงเรียงนามในภาษาสันสกฤต ไวศฺรวณ ทางด้านมือขวาถือตะบอง มือซ้ายก็มีการยกเสมอหน้าอกแสดงการห้ามปรามมิให้ (เทวดา) นั้นมากระทำความผิด เนื่องมาจากมีหน้าที่รักษาความเรียบร้อยยุติธรรมในสวรรค์ พร้อมกับถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของอัยการมานาน คาดการณ์ว่าตั้งแต่แรกตั้งกรมอัยการเมื่อกว่า 100 ปีนั้นมาแล้ว

เนื่องจากยกกระบัตร (ชื่อเรียกอัยการในสมัยโบราณ) หรืออัยการในปัจจุบันก็มีหน้าที่รักษาความยุติธรรมและกฎหมายเช่นเดียวกันกับหน้าที่ของพระไพศรพณ์ในสวรรค์ แต่ทว่ายังตรวจไม่พบหลักฐานว่าได้มีประกาศเป็นทางการให้ใช้รูปพระไพศรพณ์นี้เป็นเครื่องหมายราชการของอัยการตั้งแต่เมื่อใด

ตำนานของ ท้าวเวสสุวรรณ

ความเชื่อเกี่ยวกับท้าวเวสสุวรรณ

นอกจากนี้ทางเรายังได้มีความเชื่อกันว่า ผู้ใดก็ตามที่ห้อยบูชาท้าวเวสสุวรรณ มักจะบังเกิดโชคลาภมากมาย พร้อมกับความร่ำรวยเงินทอง มีกินมีใช้ไม่ขาดสาย พร้อมกับท้าวเวสสุวรรณ ยังสามารถแก้ปีชง เสริมปีชง เพราะว่าเป็นเทพแห่งปีชง และยังสามารถป้องกันภัยจากสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น รวมไปถึงป้องกันภูติ ผีวิญญาณต่างๆไม่ให้กล้าเข้ามาทำอันตรายใดๆให้กับคนในครอบครัว ภายในร้านนั้นๆ เพราะว่าเหล่าบรรดาภูติผีปีศาจ ยักษ์ ก็เป็นบริวารท้าวเวสสุวรรณ คนมีลูกและก็เพิ่งคลอด หรือมีเด็กเล็ก ก็มักนิยมบูชาท้าวเวสสุวรรณ ตั้งไว้ตรงที่เด็กนอนหลับได้อย่างสบาย

เพราะว่าคนไทยสมัยก่อนนั้นมักจะมีความเชื่อว่าภูติผีปีศาจจะไม่กล้ามารบกวนเด็ก เนื่องมาจากท้าวเวสสุวรรณนั้นก็เป็นผู้ปกครองแห่งภูติผีปีศาจนั่นเอง จึงมีคำแนะนำคนที่มีลูกอ่อน ลูกเล็ก ถ้าหากว่าเด็กคนมดชอบร้องไห้ตอนกลางคืน ไม่หลับไม่นอนเหมือนกับว่ามีอะไรมารบกวนเด็ก และก็ยังสามารถกันภูติผีปีศาจคุณไสย์มนต์ดำได้หมดอีกด้วย

ในเรื่องของตำราโบราณได้กล่าวไว้ว่าผู้ใดที่มีความต้องการ อยากที่จะเจริญในลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง พร้อมกับอำนาจวาสนา สูงสุดทางด้านของมหาเศรษฐีมีทรัพย์ ลาภยศ การสรรเสริญสุข เงินทองไหลมาไม่ขาดสาย และก็ยังช่วยในเรื่องของการขจัด ภูตผีปีศาจ และก็เหล่าบรรดาสิ่งอัปมงคลไม่กล้าเข้ามารบกวน รวมไปถึงเรื่องของการช่วยบันดาลโชคลาภโภคทรัพย์ให้แก่ผู้บูชาอีกด้วย

ตำนานของ ท้าวเวสสุวรรณ

คาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ

ผู้ใดก็ตามที่มีความหวังความเจริญในลาภยศ ทรัพย์สินเงินทองต่างๆ ตำแหน่งหน้าที่การงาน อำนาจวาสนา ขอให้ท่านไปบูชารูป องค์ท้าวเวสสุวรรณ หรือ ท้าวกุเวร ตามคาถาบูชาดังต่อไปนี้

คาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ หรือ ท้าวกุเวร (บูชาประจำวัน)

ให้ตั้ง นะโม 3 จบ ก่อนแล้วตามด้วย

อิติปิโสภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณมรณังสุขัง อะหังสุคะโต นะโมพุทธายะท้าวเวสสุวรรณโณ จตุมหาราชิกา ยักขะพันตา ภัทภูริโตเวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโมพุทธายะ

เคล็ดการบูชาท้าวเวสสุวรรณ

ให้ท่านทำการจุดสักการะธูป 9 ดอก ตามด้วยถวายดอกกุหลาบ 9 ดอก แล้วก็ให้ท่านตั้งนะโม 3 จบ พร้อมกับระลึกถึงคุณบิดา มารดา และครูบาอาจารย์ ทั้งหลาย ที่ประสิทธิประสาทวิชามาแล้วระลึกไปถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วท่องคาถาท้าวเวสสุวรรณดังนี้

“อิติปิ โส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ มะระณัง สุขัง อะหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ ท้าวเวสสุวรรณโณ จาตุมะหาราชิกา ยักขะพันตาภัทภูริโต เวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโม พุทธายะ

ผู้ที่ได้ทั้งบูชาด้วยการกราบไหว้และนำคุณธรรมของตัวท่านไปปฏิบัติด้วย จะช่วยส่ง เสริมดวง ทำให้ชีวิตของท่านนั้น มีความเจริญก้าวหน้า และร่ำรวยเงินทอง มีความสุขอย่างแน่นอน